10 อาหารเรียกน้ำนมแม่

ประเด็นหลัก
การเลี้ยงลูกน้อยด้วยนมแม่ถือเป็นสิ่งดีที่สุด แต่สำหรับคุณแม่บางคนอาจต้องผิดหวังเนื่องจากไม่มีน้ำนม ซึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณแม่มีน้ำนมพอให้ลูกน้อย คือ การกินอาหารที่เรียกน้ำนม น้ำนมแม่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารกน้อย เพราะช่วยให้ทารกแรกเกิดมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยด้วย ดังนั้น ในช่วงก่อนคลอด และหลังคลอดคุณแม่ลูกอ่อนทั้งหลายจึงต้องเตรียมตัวเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับให้ลูกได้ดื่ม
อย่างเต็มที่ แต่สำหรับคุณแม่บางรายที่คลอดลูกแล้วแต่ยังไม่มีน้ำนมออกมา ทำให้อาจรู้สึกกังวลว่าลูกจะได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ซึ่งหากคุณแม่ลูกอ่อนคนไหนกำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่ก็ไม่ต้องเครียดไปนะคะ เพราะวันนี้ Parpaikin มีเคล็ดลับเพิ่มน้ำนมมาฝากกันค่ะ
อาหารบำรุงนมแม่
1.หัวปลี
หัวปลี ถือเป็นผักอันดับ 1 ที่คุณแม่ลูกอ่อนส่วนใหญ่จะเลือกรับประทาน เพราะหัวปลีนั้นอุดมไปด้วยแคลเซียมสูง นอกจากนี้ยังมีเส้นใยอาหาร โปรตีน ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้กับแม่ลูกอ่อนได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แล้วมักจะนำไปประกอบอาหารจำพวก แกงเลียงหัวปลี ยำหัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด หรือแม้แต่เอาไปลวกจิ้มกับน้ำพริกก็เป็นที่นิยม
2.ขิง
ขิง เป็นผักและสมุนไพรไทยที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 แร่ธาตุ แคลเซียม และคาร์โบไฮเดรต มีสรรพคุณช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน ขับลม ขับเหงื่อ และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้น้ำนมไหลได้ดี ส่วนใหญ่มักจะนำมาหั่นฝอยรับประทานกับโจ๊ก หรือจะนำมาทำเป็นกับข้าวอย่าง ไก่ผัดขิง ยำปลาทูใส่ขิง หรือจะชงเป็นน้ำขิงดื่มร้อนๆ ก็ยังได้
3.ใบกะเพรา
ใบกะเพราถือเป็นผักที่คุณแม่ลูกอ่อนไม่ควรพลาด เพราะมีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเส้นใยอาหารสูง อีกทั้งยังมีรสเผ็ดร้อน ซึ่งจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยทำให้น้ำนมไหลมากขึ้น นอกจากนี้เมื่อเด็กได้ดื่มผ่านน้ำนมแม่แล้วยังสามารถช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย โดยส่วนใหญ่มักจะนำไปประกอบอาหาร เช่น ผัดกะเพรา แกงเลียงใส่ใบกะเพรา แกงป่า เป็นต้น
4.ใบแมงลัก
ใบแมงลักมีรสหอมร้อน เมื่อรับประทานแล้วจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยขับน้ำนม นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบีและซีสูง นิยมนำมาใส่แกงเลียง แกงป่า หรือจะรับประทานสดๆ แกล้มกับขนมจีนก็ยังได้
5.มะละกอ
สรรพคุณของมะละกอ นอกจากจะเป็นยาระบายแล้ว ยังมีวิตามินเอ บี ซี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหาร และแคลเซียมสูง เมื่อรับประทานแล้วจะช่วยขับน้ำนมได้ดี คุณแม่ลูกอ่อนอาจจะรับประทานมะละกอสุกเป็นของว่าง หรือนำมะละกอดิบมาตำส้มตำ ทำแกงส้ม หรือผัดใส่ไข่ ก็น่ารับประทานยิ่งขึ้น
6.ฟักทอง
ว่ากันว่าฟักทองประกอบไปด้วย วิตามินเอ บี ซี ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน นอกจากจะช่วยขับน้ำนมแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณสดใส และช่วยลดหน้าท้องลายให้กับคุณแม่ได้อีกด้วย บอกเลยว่าไม่ควรพลาดค่ะ ซึ่งอาหารที่มักใช้ฟักทองเป็นส่วนประกอบ ได้แก่ แกงเลียงฟักทอง ฟักทองผัดไข่ หรือจะนำมาทำเป็นของหวานอย่าง แกงบวดฟักทอง สังขยาฟักทอง หรือนึ่งรับประทานเปล่าๆ ก็อร่อยไม่เบา
7.ตำลึง
ตำลึงจัดเป็นผักอย่างหนึ่งที่ช่วยบำรุงแม่ลูกอ่อนให้มีน้ำนมได้มากขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วยโปรตีน วิตามินหลายชนิด อีกทั้งยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม และเส้นใยอาหารสูง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงจืดตำลึง แกงเลียงตำลึง ก๋วยเตี๋ยวใบตำลึง ตำลึงผัดไข่ ตำลึงผัดนํ้ามันหอย เป็นต้น
8.กุยช่าย
ผักกุยช่าย หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า ผักไม้กวาด เป็นผักที่ประกอบไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก คาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ช่วยกระตุ้นน้ำนม บำรุงกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยขับลมได้ดี ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ผัดกุยช่ายใส่ตับ ผัดดอกกุยช่ายใส่กุ้ง ผัดไทยใส่ใบกุยช่าย ขนมกุยช่าย เป็นต้น
9.พริกไทย
มีน้ำมันหอมระเหย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต มีรสร้อน นำไปใส่ในแกงเลียง แกงจืด หรือผัดต่างๆ ก็จะทำให้ได้รสชาติเผ็ดร้อนขึ้น มีสรรพคุณทำให้น้ำนมไหลดี ช่วยขับน้ำนม ขับเหงื่อ และขับลมได้เป็นอย่างดี
10.มะรุม
ใบมะรุมมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 7 เท่า มีแคลเซียมสูงกว่านม 4 เท่า มีวิตามินเอสูงกว่าแครอท 4 เท่า มีโพแทสเซียมสูงกว่ากล้วย 3 เท่า มีโปรตีนสูงกว่านม 2 เท่า มีสารอาหารที่ดีมากสำหรับแม่และทารก เป็นการเพิ่มแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกของคุณแม่ได้เป็นอย่างดี ใบและดอกของมะรุมมีสรรพคุณในการขับน้ำนม เมนูแนะนำ คือ แกงส้ม ที่นำใบหรือดอกมะรุมมาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารค่ะ
ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ด (ไม่) ลับที่นำมาฝากเหล่าคุณแม่มือใหม่ และคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมน้อย ลองรับประทานอาหารที่เราแนะนำไปดูนะคะ เพราะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงน้ำนมได้เป็นอย่างดี รับรองว่าคุณแม่จะมีน้ำนมมากพอที่จะทำให้ลูกดูดแทบไม่ทันเลยทีเดียวเลยหล่ะค่ะ

Credit https://www.parpaikin.com/